![]() |
| The Story of Lucretia (1496-1504) by Sandro Botticelli; Lucretia's rape is on the left panel. Link pic ด้านบน |
ประวัติศาสตร์แห่งการข่มขืน History of Rape Culture
วัฒนธรรมการข่มขืนถูกสร้างขึ้นเมื่อความรุนแรงทางเพศเป็นเรื่องปกติของสังคม โดยวัฒนธรรมการข่มขืนมักเกิดขึ้นในหมู่คนทั่วๆไปและฝังอยู่กับตำนานของสังคม โดยมีอิทธิพลมาจากสื่อหรือวัฒนธรรมที่นิยมชมชอบกันต่อๆมา มีการจัดหมวดหมู่การข่มขืนเมื่อไม่นานมานี้ แต่แนวคิดของเรื่องวัฒนธรรมการข่มขืนมีมานานหลายศตวรรษ โดยสามารถมองผ่านประวัติศาสตร์ของสมัย กรีกโบราณ ยุคกลาง และ วิคตอเรีย
คำว่า วัฒนธรรมการข่มขืนใน ศตวรรษที่ 20 The Term "Rape Culture" Coined in the 20th Century
โดยคำว่า วัฒนธรรมการข่มขืน เริ่มต้นมีการฉายภาพยนต์เรื่อง "Rape Culture" ในเดือน มกราคม 1975 สร้างความตะหนักถึงความรุนแรงทางเพศในสังคม สารคดีได้สร้างความสัมพันธ์ระหว่าง ข่มขืน และ จินตนาการทางเพศเป็นครั้งแรก โดยมีการสำรวจวัฒนธรรมยอดนิยมและสื่อ เหล่าสตรีตะหนักว่าจะต้องต่อสู้และกับวัฒนธรรมการข่มขืนและให้ผู้คนรู้ถึงผลที่ตามมาถ้าพวกเขากำลังจะเริ่มเปลี่ยนแปลงมัน Alana Prochuk ได้กล่าวว่า
เราต้องประกาศสิ่งนี้ ที่ได้ข่มขืน ได้แบ่งปันความเจ็บปวดของเราให้กับคนอื่น ตะหนักว่าการข่มขืนคือเป็นการสร้างความเจ็บปวด แต่เราไม่สามารถขัดขวางวัฒนธรรมความรุนแรงให้ลดลงได้เว้นแต่ว่าเราจะตั้งใจให้มันเป็นอะไร"
ตั้งแต่ปี 1970 คำว่า วัฒนธรรมการข่มขืน ได้มีการใช้อย่างกว้างขวางตามสื่อและสาธารณะอธิบายถึงความโสมมของสังคมที่อยู่มานานหลายสตวรรษ
![]() |
| Link Pic |
การข่มขืนสมัยกรีกโบราณ และ เทพนิยาย Ancient Greek Society and Mythology on Rape
![]() |
| Leda and the Swan, a 16th-century copy after a lost painting by Michelangelo (National Gallery, London) Link |
ซุสและเลด้า Zeus and Leda การศึกษาเรื่องราวเทพนิยายของสมัยกรีกโบราณโดยการค้นพบวัมนธรรมการข่มขืนมีมายาวนานถึง 900BC. (10th Century) การข่มขืนหญิงสาวและเด็กหนุ่มเป็นพล็อตเรื่องของเทพนิยาย และที่เป็นที่ 1 ยอดนิยมของสมัยนี้ก็เป็นเรื่องของ ซุสและเลด้า โดยเรื่องนี้เลด้าเป็นมเหสีของ Tyndareus กษัตริย์ของสปาร์ต้ากำลังอาบน้ำในทะเลสาบขณะที่เธอกำลังว่ายน้ำซุสก็แปลงร่างเป็นหงห์และเข้าไปข่มขืนนางซุสเป็นเทพพระเจ้าที่อยู่ตำแหน่งสูงสุดในสังคมกรีเป็นที่รู้จักในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิง และเป็นที่ถกเถียงกันว่า"เป็นเทพนิยายถ้ำมองสมัยกรีกโบราณหรือเป็นคอลั่มซุบซิบในตอนนี้"
![]() |
| Medusa Head Linkpic |
เมดูซ่า Medusa .ในเรื่องที่ยอดนิยมอีกเรื่องของเทพนิยายที่ประชาชนในยุคกรีกโบราณชื่นชอบนั่นก็คือนิทานเรื่องทำไมเมดูซ่าถึงกลายเป็นปีศาจ เมดูซ่าเดิมที่เป็นเด็กหญิงที่สวยงานคนนึง รู้จักในเรื่องผมงดงามเป็นที่หมายปองของชายหลายๆคน โพไซดอน เทพพระเจ้าแห่งท้องทะเล อาศัยความได้เปรียบข่มขืนเธอที่วิหาร เอเธนน่า หลังจากนั้นเทพีเอเธนน่าก็ได้รับรู้และได้โทษเมดูซ่า ที่เป็นเป็นเหยื่อในกรณีนี้ สำหรับการร่วมประเวณีในวิหารของเธอ โดยได้สาปให้เส้นผมของเมดูซ่าเป็นงูที่น่าเกลียด แหละใครก็ตามที่จ้องหน้านางก็กลายเป็นหิน เทพนิยายเหล่านี้สร้างมาโปรโมทความคิดเกี่ยวกับการข่มขืนทางเพศในสังคมของผู้หญิงกรีก
ยุคกลางและการลักพาตัวผู้หญิง Medieval Times and Stolen Women
ในยุคกลางของอังกฤษการลักพาตัวและข่มขืนมีบทลงโทษเหมือนกันโดยอยู่มีกฎหมายที่เรียกว่า raptus law. ตั้งแต่การลักพาตัวและข่มขืนมีการปฏิบัติเหมือนๆกัน การประเมินความผิดของคนในสังคมค่อนข้างลำบาก ในยุคกลางแนวคิดนี้สร้างความสับสนระหว่างยินยอมและการข่มขืนโดยมีอยู่สองเรื่องที่สะท้อนความสับสนและเป็นที่นิยมในช่วงยุคกลาง รวมถึงเรื่อง Lucretia and Helen of Troy ได้สร้างผลกระทบต่อผู้คนในสมัยยุคกลางโดยมีหนังสือ Rape and Ravishment in the Literature of Medieval England by Corinne J. Saunders. ทั้งสองเรื่อง "จุดจบและล่มจมของประเทศอันมาจากผลของสังคมที่ได้รับผลกระทบจากข่มขืนและกระทำชำเรา....นักสืบมีส่วนร่วมกับฝ่ายค้านระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนการบังคับและยินยอม อับอายและเกียรติยศ ความทุกข์ทรมานและเสน่หา"เรื่องเล่าเหล่านี้นี่มีส่วนสนับสนุนวัฒนธรรมการข่มขืนในยุคกลาง
Lucretia

By Willem de Poorter - Photothèque Musée des Augustins, Toulouse, photo : Daniel Martin, Public Domain, Link
การข่มขืน Lucretia เรื่องราวที่แสดงให้เห็นว่าเป็นเหยื่อบริสุทธิ์ของความปราถนาทางเพศที่โหดร้าย Tarquinius ลูกชายของกษัตริย์โรมมันที่มีความพึงพอใจสาววัยกลางคนชื่อ Luretia ขณะเยือนหมู่บ้านของเธอ ในช่วงเวลากลางคืน Tarquinius ลอบเข้าไปในห้องนอนของเธอและตวัดดาบขณะที่เธอกำลังหลับ เธอตื่นขึ้นมาและตกใจและหลังงจากนั้นก็ข่มขู่เธอ Tarquinius อาศัยความได้เปรียบกว่า Lucretia ที่ไม่ได้สมยอม การผิดประเวณีมีโทษถึงตายสำหรับผู้หญิงแม้ว่าเธอจะไม่ได้ทำก็ตาม ผลของการพบกันของทั้งคู่ Lucretia ต้องจบชีวิตเธอถึงแม้ว่าเธอจะเป็นผู้บริสุทธิ์ก็ตาม ดังนั้นเธอจะต้องเผชิญกับการถูกตัดสินประหารชีวิต เรื่องราวนี่เป็นข้อกังวลความบริสุทธิ์และการสมยอมของสตรี
Helen of Troy
By Jacques-Louis David - Unknown, Public Domain, Link
ในตรงกันข้ามเรื่อง Helen of Troy เน้นไปที่การลักพาตัวของกฎหมาย raptus law. แทนที่จะยกประเด็นเรื่องพรมจรรย์ เรื่องเล่าที่พบปัญหาการระบุทรัพย์สินและอัตลักษณ์ เรื่องราวที่หมู่ประชาชนในยุคกลางที่ชื่นชอบสงครามม้าโทรจัน เรื่องราวเริ่มต้นมาจาก การแต่งงานของ Helen และ Menelaus กษัตริย์แห่งสปาร์ต้า ขณะที่เฮเรนกำลังอยู่ที่วิหารที่มีชื่อเสียงของวีนัส ปารีส เจ้าชายแห่ง ไพแอม(Priam)กษัตริย์โทรจัน เขาจ้องมองและตกหลุมรัก เขาเดินเข้ามาใกล้เฮเรนและพวกเขาก็พูดถึงความรักซึ่งกันและกัน พวกเขาตกลงกันว่าจะหนีไปทรอยปารีสพาเฮเรนหนีในเวลากลางคืน ความไปถึง Menelaus ซึ่งก็ได้นำกองทหารบุกไปยังทรอยเพื่อชิงมเหสีคืนและได้จุดชนวนสงครามโทรจัน สปาร์ต้าประสบความสำเร็จในการล้มกรุงทรอยโดยใช้ม้าโทรจันที่โด่งดัง และได้เรียกร้องให้คืนเฮเรน เรื่องนี้มองว่า เฮเรนเป็นทรัพย์สินของ Menelaus และเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่ชิงเธอกลับมา แนวความคิดนี้สิทธิบางอย่างที่มีกับสตรีได้ขยายเวลาของวัฒนธรรมการข่มขืนออกไป
คิงคอง การข่มขืนเอป ในยุควิคตอเรีย King Kong the Rape-Ape in Victorian Society
ยุควิคตอเรีย
ความคิดเรื่องคิงคองเริ่มมาจากการแสดงกอลิล่ามาในศตวรรษที่สิบเก้า โดยนักสำรวจ Paul Belloni Du Challiu ได้แสดงกอลิล่าให้สังคมยุโรปได้เห็นเป็นครั้งแรก โดยเขาอธิบายว่ารูปร่างเหมือนมนุษย์แต่บางอย่างเหมือนสัตว์ เขายังกล่าวว่าสัตว์ร้ายได้จับและพาผู้หญิงเข้าไปในป่าเพื่องดึงดูความสนใจจากผู้อ่าน แต่การตอบรับตรงกันข้ามผู้คนต่างไม่เห็นด้วยและคิดว่าเขาก็มีส่วนร่วมกับสัตว์ร้ายด้วย ตรงกันข้ามกับทฤษฎีวิวัฒนาการของ ชาร์ล ดาวิน มีอิทธิพลต่อยุควิคตอเรียเป็นอย่างมากที่เน้นไปที่มนุษย์มากกว่าที่มนุษย์จะไปอยู่เป็นสัตว์จำพวกเดียวกับสัตว์ เขามุ่งความสนใจไปที่ความสามารถของกอริลลาในการถ่ายทอดอารมณ์ในแบบที่คล้ายคลึงกับมนุษย์เพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์กับมนุษย์ แม้ว่าความพยายามของดาร์วินจะแสดงให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ในสัตว์ แต่คนต่างก็หลงใหลกับภาพที่น่ากลัวของลิงชนิดหนึ่งซึ่งเป็นเวทีสำหรับการสร้างคิงคองในศตวรรษที่ยี่สิบ
King Kong
นักวิจารณ์บางคนกล่าวว่าตัวละครคิงคองเป็นตัวแทนการสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์กับมนุษย์ที่จะสามารถจินตนาการการข่มขืนเป็นความลับได้ ในปี 1933 ภาพยนต์เรื่อง King Kong เด็กสาวที่ชื่อ Ann Darrow ได้เป็นคนที่คิงคองปราถนา ความน่าดึงดูดของแอนนา เดอราได้ทำให้คิงคองไล่ตามเธอ โดยฉากบางฉากในเรื่องสร้างความสงสัยว่าเป็นการสนับสนุนแนวคิดเรื่องเพศและการข่มขืน หนึ่งในฉากที่เป็นที่ถกเถียงกันมาเป็นฉากที่แอนนาโดนคิงคองจับไปใว้ในถ้ำของคิงคอง ชูร่างกายเธอและเต้มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นคิงคองถอดเสื้อผ้าของเธอและในตอนที่เธอตื่นขึ้นมาเธอก็กรีดร้องและจักจี้คิงคองและหนีออกมาโดยที่ไม่ได้สวมเสื้อผ้า ภาพยนต์มีการสร้างใหม่สองครั้งจากเวอร์ชั่นดั่งเดิม 1933 และเด็กสาวที่หมดหนทางก็ยังเป็นสิ่งที่ปราถนาของคิงคอง ภาพยนต์เป็นที่นิยมมากในสังคมรวมถึงคิงคอง และก็ช่วยสนับสนุนตำนานและการแนวความคิดเกี่ยวกับวัฒนธรรมการข่มขืน
Reference
http://historyofrapeculture.weebly.com/history-of-rape-culture.html
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2
https://en.wikipedia.org/wiki/Helen_of_Troy
https://en.wikipedia.org/wiki/Leda_and_the_Swan
https://en.wikipedia.org/wiki/Medusa
https://en.wikipedia.org/wiki/Rape_Culture_(film)
http://historyofrapeculture.weebly.com/history-of-rape-culture.html
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2
https://en.wikipedia.org/wiki/Helen_of_Troy
https://en.wikipedia.org/wiki/Leda_and_the_Swan
https://en.wikipedia.org/wiki/Medusa
https://en.wikipedia.org/wiki/Rape_Culture_(film)




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น